Menu                              


FONTSIZE

user@anamai.mail.go.th
Intranet กรมอนามัย
 
Username
Password
ค้นหาข้อมูล
 
ห้องสมุด
เครือข่ายผู้สูงอายุ
HELI PROJEC
คนไทย ไร้พุง
Intranet
ตลาดสดน่าซื้อ
สายด่วน 1675
กรมอนามัย & ราชการส่วนท้องถิ่น

งานวิจัยเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัว
 
การประเมินผลโครงการวิจัยปฏิบัติการวางแผนครอบครัวชาวเขาสมควร ใจกระจ่าง , นิตยา แสงเล็ก, กรรณิการ์ มณีวรรณ และ ดุษณี แพสุวรรณ
 
 
 
รูปแบบการดำเนินงานวางแผนครอบครัว ในชาวเขาเผ่าลีซอ ดุษณีย์ แพสุวรรณ, กรรณิการ์ มณีวรรณ และวราพร วันไชยธนวงศ์
 
 
 
 

ชื่อเรื่อง รูปแบบการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของพ่อบ้าน ม้ง ในงานวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์

ผู้วิจัย กรรณิการ์ มณีวรรณ , นิตยา แสงเล็ก และวราพร วันไชยธนวงศ์

ปีที่ทำการศึกษา 2543

บทคัดย่อ

การศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการดุแลสุขภาพครอบครัวของพ่อบ้าน ม้ง ในงานวางแผนครอบครัว และดูแลอนามัยการเจริญพันธุ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบที่จะกระตุ้นให้พ่อบ้านม้งมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัวโดยเฉพาะภรรยา และบุตร สืบเนื่องจากพ่อบ้าน ม้งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในครอบครัว และการสืบทอดลักษณะครอบครัวทางฝ่ายพ่อ ( ผู้ชายจะแต่งงาน โดยนำผู้หญิงมาอยู่ร่วมกับพ่อและแม่ฝ่ายชาย) พ่อบ้าน ม้งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจปัญหาต่าง ๆ ของครอบครัว แต่การดูแลสุภาพครอบครัวพ่อบ้าน ม้งยังมีส่วนร่วมน้อย ดังนั้นศูนย์พัฒนาอนามัยพื้นที่สูง จึงได้ทำการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพครอบครัวของพ่อบ้านม้งเพื่อให้เกิดแนวคิดสร้างสรร การมีส่วนร่วมของพ่อบ้าน ม้ง ในการดูแลสุขภาพครอบครัว โดยเฉพาะในงานวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์

กลุ่มตัวอย่างได้แก่ พ่อบ้าน ม้ง จำนวน 48 คน ผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องปัญหาประชากร การวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์ อภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดูแลบุตรที่มีมากกว่า 3 คน ระดมสมอง การประชุมกลุ่ม การสร้างแนวร่วมของพ่อบ้าน ม้ง โดยการเขียนข้อกำหนดการปฏิบัติเพื่อปรับปรุงตนเองในการดำเนินชีวิต และดูแลสุขภาพ การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์การสังเกต และเสวนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่าพ่อบ้าน ม้งมีการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ความเชื่อ และมีการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพครอบครัวมากขึ้น เช่น มีการตัดสินใจร่วมกันในการคุมกำเนิด พ่อบ้านเสนอวิธีคุมกำเนิดให้แม่บ้านเลือก นำแม่บ้านไปรับการตรวจสุขภาพประจำปี และดูแลลูก จากการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีในหมู่บ้านดังกล่าว ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านได้ขอให้ศูนย์พัฒนาอนามัยพื้นที่สูง จัดอบรมหลักสูตรเดิมแต่เน้นครอบครัวสุขสันต์ให้กับคู่สมรส 25 คู่ โดยพื้นที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด จากการอบรมสังเกต คู่สมรสให้ความสนใจ ซักถามปัญหาต่าง ๆ เป็นอย่างดียิ่งศูนย์ฯ จึงเห็นควรนำรูปแบบการมีส่วนร่วมไปใช้เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์ ในพื้นที่ต่าง ๆ และประยุกต์ใช้กับโครงการอื่นที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของพ่อบ้านม้งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่น ๆ ต่อไป

ชื่อเรื่อง             การประเมินผลโครงการวิจัยปฏิบัติการวางแผนครอบครัวชาวเขา

ผู้วิจัย                สมควร      ใจกระจ่าง , นิตยา         แสงเล็ก, กรรณิการ์     มณีวรรณ     และ   ดุษณี           แพสุวรรณ

ปีที่ทำการศึกษา       2543

บทคัดย่อ                             

                       การประเมินผลโครงการวิจัยปฏิบัติการวางแผนครอบครัวชาวเขา   เพื่อประเมินผลการนำกระบวนการวิจัยปฏิบัติการไปใช้   และผลการดำเนินงานวางแผนครอบครัวชาวเขา   โดยวิธีการวิจัยเชิงพรรณนา   การสุ่มตัวอย่างใช้วิธีการสุ่มแบบหลายชั้นตอนตามสัดส่วนของขนาดประชากรในจังหวัดที่ดำเนินการตามโครงการวิจัยปฏิบัติการวางแผนครอบครัวชาวเขา   เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก   จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข   ผู้นำชุมชน   และผู้รับบริการคุมกำเนิด   ผลการศึกษาพอสรุปได้คือ

                       ผลการนำเอากระบวนการวิจัยปฏิบัติการไปใช้ในงานวางแผนครอบครัวชาวเขา   พบว่ามีกลวิธีในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละพื้นที่ แต่ละเผ่า สามารถเพิ่มจำนวนผู้รับบริการวางแผนครอบครัวได้ตตามเป้าหมายที่กำหนดไว้  แต่จะเป็นการนำเอาวิธีวิจัยปฏิบัติการ ไปประยุกต้ใช้เป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ใช้กระบวนการและเทคนิคของการวิจัยปฏิบัติการทุกขั้นตอน ยังขาดการประเมินผล และการนำเอาผลการประเมิน ไปปรับเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหา

่                       ผลการดำเนินงานวางแผนครอบครัวตามโครงการการวิจัยปฏิบัติการ      ส่วนใหญ่ได้ผลตามเป้าหมาย   เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานตามโครงการ   ผู้นำชุมชน   ผู้รับบริการคุมกำเนิด   ในพื้นที่ดำเนินการ   มีความพึงพอใจ ในรูปแบบการวิจัยปฏิบัติการและกลวิธีการดำเนินงานแก้ไขปัญหา   บุคลากรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางแก้ปัญหาด้วยตนเอง

                      การวิจัยปฏิบัติการเป็นรูปแบบหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหางานวางแผนครอบครัวได้   แต่บุคลากรที่จะนำเอารูปแบบนี้ไปใช้   ต้องมีความรู้และเข้าใจถึงกระบวนการและขั้นตอนที่สำคัญของการวิจัยปฏิบัติการ   โดยเฉพาะการกำหนดกลวิธีที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาต้องสอดคล้องกับรากเหง้าของปัญหาจริง   ซึ่งต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง   กลวิธีที่จะแก้ไขปัญหาจึงต้องปรับเปลี่ยน   ไปตามปัญหาของพื้นที่และเผ่า   ซึ่งมีวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกัน   นอกจากนั้น   หลักสำคัญของกระบวนการวิจัยปฏิบัติการ   องค์กรชุมชน   และองค์กรของรัฐต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในทุกขั้นตอน   การประเมินผลควรนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาปัจจัยแห่งความล้มเหลวเพื่อปรับเปลี่ยนบนกลวิธีใหม่   หากวิธีการที่ประสบผลสำเร็จก็ควรมีการดำเนินการต่อเนื่องและสม่ำเสมอ   ควรมีการสนับสนุนงบประมาณและมีบุคลากรที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง   จึงจะประสบผลสำเร็จตามเป้าประสงค์

ชื่อเรื่อง                ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อพฤติกรรมการรับบริการคุมกำเนิดของชาวเขาเผ่าม้ง

ผู้วิจัย                  สมควร     ใจกระจ่าง

ปีที่ทำการศึกษา      2540

บทคัดย่อ

                       การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการรับบริการคุมกำเนิดของสตรีชาวเขาเผ่าม้ง   กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา   เป็นสตรีชาวเขา เผ่าม้งที่กำลังคุมกำเนิดวิธีใดวิธีหนึ่งอยู่   อายุ 15-44 ปี   จำนวน   341 คน   อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่   เชียงราย   แม่ฮ่องสอน   น่าน   และตาก   กลุ่มตัวอย่างใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน   ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสัมภาษณ์   และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ   ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และทดสอบความสัมพันธ์ด้วย  Chi-Square   ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้

                       ข้อมูลทั่วไปของสตรีที่คุมกำเนิด   พบว่า   มีอายุเฉลี่ย   30.3 ปี   อยู่ในครัวเรือนที่มีสมาชิกเฉลี่ย   10.5 คน   อาชีพ   ทำไร่   ทำสวน   นับถือศาสนาพุทธ   และไม่ได้เรียนหนังสือเป็นส่วนใหญ่   แต่งงานครั้งแรกเมื่ออายุเฉลี่ย   16.5 ปี   ตั้งครรภ์ครั้งแรกอายุเฉลี่ย   17.5 ปี   จำนวนการตั้งครรภ์   โดยเฉลี่ย   5 ครั้ง   คลอด 4.7 ครั้ง   อายุของบุตรคนหลังสุดเฉลี่ย 3.5 ปี   มีบุตรที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันเฉลี่ย   4.3 คน   เพศชาย   2.4 คน    เพศหญิง 1.9 คน   และเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองโดยเฉลี่ย   20 เดือน   ความต้องการบุตร( บุตรในอุดมคติ)   โดยเฉลี่ย   4.7 คน   สอดคล้องกับจำนวนการคลอดโดยเฉลี่ย   และมีความต้องการบุตรชายมากกว่าหญิง   เฉลี่ย   2.7 คน   และ 2.2 คน ตามลำดับ

                       ข้อมูลการวางแผนครอบครัว   พบว่า   สามีมีส่วนร่วมในการกำหนดจำนวนบุตรถึงร้อยละ   83.9   ส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์การคุมกำเนิดมาก่อน   การตั้งครรภ์ครั้งแรก   และหลังมีบุตรคนแรก   วิธีคุมกำเนิดที่กำลังใช้อยู่คือ   ยาเม็ดคุมกำเนิดร้อยละ   15.3   ยาฉีดคุมกำเนิดร้อยละ   46.3   ยาฝังคุมกำเนิดร้อยละ   8.5   หมันหญิงร้อยละ   29.3   แต่มีห่วงอนามัยเพียงร้อยละ   0.6   เหตุผลที่ตัดสินใจคุมกำเนิด   เพราะมีบุตรเพียงพอแล้วเป็นส่วนใหญ่   รองลงมาเพื่อเว้นระยะการมีบุตร   และส่วนใหญ่ก็มีความพึงพอใจในวิธีคุมกำเนิดที่ใช้สถานที่รับบริการคุมกำเนิด   คือ โรงพยาบาล   ร้อยละ   44.2   สถานีอนามัยร้อยละ   37.0   ที่ คลีนิค    หรือโรงพยาบาลเอกชนร้อยละ   5.6   ระยะทางจากสถานบริการถึงหมู่บ้าน   มากกว่า   30 กิโลเมตร   และเดินทางด้วยรถยนต์รับจ้างเป็นส่วนใหญ่   และส่วนใหญ่จะเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง   ได้รับคำแนะนำในการรับบริการวิธีคุมกำเนิดจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นส่วนใหญ่   รองลงมาคือสามี ร้อยละ 43.7,   19.4   ตามลำดับ   และเกือบทั้งหมด   สามีเห็นด้วยในการคุมกำเนิด   แต่พ่อแม่สามีมีส่วนร่วมในการคุมกำเนิดน้อย   แหล่งความรู้ ที่ได้รับเกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิด   จากสถานีอนามัย/ สถานบริการสาธารณสุขชุมชน   ร้อยละ   43.4   ผู้ให้ความรู้เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขร้อยละ   71.0

                       เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการรับบริการคุมกำเนิดกับปัจจัยต่าง ๆ พบว่า อายุสตรี   อายุสามี   การรับถือศาสนา   ระดับการศึกษา   จำนวนสมาชิกในครอบครัว   จำนวนบุตรมีชีวิต   จำนวนบุตรชาย   จำนวนการคลอดของสตรี   ผู้ทำคลอด   แหล่งความรู้   แหล่งให้บริการ   การรับบริการตรวจหลังคลอด    ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง   และค่าใช้จ่ายในการรับริการ   มีความสัมพันธ์กับการรับบริการคุมกำเนิดแต่ละวิธีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ชื่อเรื่อง               รูปแบบการบริการวางแผนครอบครัว   ชาวเขา เผ่าม้ง

ผู้วิจัย                  สมควร          ใจกระจ่าง

ปีที่ทำการศึกษา     2540

บทคัดย่อ

                      การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการส่งเสริมบริการวางแผนครอบครัว   ในกลุ่มประชากรชาวเขา เผ่าม้งที่เป็นสตรีวัยเจริญพันธุ์คู่อายุ   15-44 ปี    ทำการศึกษาในพื้นที่อำเภอพบพระ   จังหวัดตาก   ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก    ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป   SPSS/PC   โดยการวิเคราะห์หาค่าความถี่ร้อยละ   และค่าเฉลี่ย

                      ผลการศึกษาพบว่า   กลุ่มสตรีในวัยเจริญพันธุ์คู่ในบ้านทดลอง   จำนวน   111 คน   ส่วนใหญ่   อายุ   25-29 ปี   โดยเฉลี่ยอายุ   27.8 ปี   มีอาชีพทำไร่เป็นส่วนใหญ่   มีบุตรมีชีวิตเฉลี่ย   4 คน    เป็นเพศชายใกล้เคียงกับหญิง คือ เพศละ   2 คน    มีการตั้งครรภ์เฉลี่ยคนละ   4 ครั้ง   ส่วนใหญ่ไม่เคยแท้ง    อายุเฉลี่ยเมื่อมีบุตรคนแรกประมาณ   17 ปี    เกือบร้อยละ    70 มีบุตรคนเล็กอายุไม่เกิน   2 ปี   รายได้ของครอบครัวไม่เกิน   20,000 บาทต่อปี    เป็นส่วนใหญ่   สมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย   8 คน   จากการดำเนินงานการให้บริการคุมกำเนิดถึงบ้านแบบเบ็ดเสร็จ    โดยเฉพาะมีการให้ความรู้และให้การบริการในหมู่บ้านอย่างสม่ำเสมอในช่วงระยะ   6 เดือน   มีอัตราคุมกำเนิดเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงร้อยละ   16.3   จากร้อยละ   35.1   เป็นร้อยละ   51.4   ซึ่งแตกต่างจากบ้านควบคุม   ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 5.9   จากร้อยละ   27.9   เป็นร้อยละ   33.8   บ้านทดลองประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และทัศนคติในแนวทางที่ถูกต้องแตกต่างจากพื้นที่ควบคุมอย่างเห็นได้ชัด   แต่มีข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้ว่า    ต้องได้รับความร่วมมือและการเสียสละจากเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย   พร้อมที่จะสละเวลาในการทำงานเพิ่มมากขึ้นจากเดิม   หากมีการนำแนวทางนี้นำไปปรับใช้ต้องมีการดำเนินงานที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน         จึงจะเกิดประสิทธิผลของอัตราคุมกำเนิดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   การคุมกำเนิดที่มุ่งให้บริการควรเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับจากพื้นที่เป็นหลัก    แล้วกระตุ้นการให้ความรู้ด้านการวางแผนครอบครัวอย่างสม่ำเสมอตลอดจนมีการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ทันที

ชื่อเรื่อง               รูปแบบการดำเนินงานวางแผนครอบครัว   ในชาวเขาเผ่าลีซอ   อ. พร้าว   จ. เชียงใหม่

ผู้วิจัย                  ดุษณีย์   แพสุวรรณ, กรรณิการ์    มณีวรรณ    และวราพร    วันไชยธนวงศ์

ปีที่ทำการศึกษา     2540

บทคัดย่อ

                      ในการศึกษาหารูปแบบการดำเนินงานวางแผนครอบครัวชาวเขาเผ่าลีซอในพื้นที่ บ้านขุนแจ๋บน   ขุนแจ๋ล่าง    อ. พร้าว    จ. เชียงใหม่   ในครั้งนี้   มีวัตถุประสงค์เพื่อหารูปแบบการดำเนินงานด้านการวางแผนครอบครัวที่เหมาะสมต่อชาวเขาเผ่าลีซอ   โดยมีวิจัยปฏิบัติการ (Operations    Research)    เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์หาปัญหาและแนวทางแก้ไข   หรือรูปแบบที่จะดำเนินงานในพื้นที่    ซึ่งจากการดำเนินงานได้ผลเป็นที่น่าพอใจ   กล่าวคือ   ได้รูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินงานวางแผนครอบครัวสำหรับชาวเขาเผ่าลีซอ    ซึ่งส่งผลให้อัตราคุมกำเนิดในพื้นที่ดำเนินการ  คือบ้านขุนแจ๋บนและขุนแจ๋ล่าง    มีอัตราคุมกำเนิดที่เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ   69.2 เป็นร้อยละ   78 มากกว่าในพื้นที่ควบคุมคือ   บ้านแม่แวนน้อย   ซึ่งมีอัตราคุมกำเนิดเดิม ร้อยละ   68.5   เพิ่มเป็นร้อยละ   70 เท่านั้น

                      สำหรับรูปแบบการดำเนินงานที่ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางการดำเนินงานโดยคณะผู้วิจัย    เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกระดับในอำเภอ พร้าว   ตลอดจนอาสาสมัครจากหมู่บ้าน   สรุปได้รูปแบบการดำเนินงาน   แยกเป็น   4 กิจกรรมหลัก คือ

การให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวและวิธีคุมกำเนิดทุกรายวิธี การพัฒนาสื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การให้บริการเชิงรุกด้านการวางแผนครอบครัวในพื้นที่                             

                   จากแบบสัมภาษณ์ก่อนและหลังดำเนินการ   เกี่ยวกับความรู้และทัศนคติด้านการวางแผนครอบครัว และวิธีคุมกำเนิด   ในภาพรวมของทุกกลุ่มคือ   กลุ่มพ่อบ้าน   แม่บ้านวัยเจริญพันธุ์และเยาวชน   โดยเปรียบเทียบทั้งสองพื้นที่พบว่า   พื้นที่ดำเนินการมีคะแนนเฉลี่ยความรู้มากกว่าในพื้นที่ควบคุม คือ   12.7   และ 10.6   ตามลำดับ   ด้านทัศนคติที่ดีและเหมาะสมต่อการวางแผนครอบลครัวและคุมกำเนิดพื้นที่ดำเนินการมีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าในพื่นที่ควบคุม คือ   14.1 และ12.4   ตามลำดับ                  

                   สำหรับการผลิตสื่อเพื่อใช้เองในพื้นที่   โดยผลิตเป็นเทปคลาสเซท   ภาษาลีซอในพื้นที่และแผ่นพับภาษาลีซอ   โดยมีเนื้อหาด้านการวางแผนครอบครัว   และวิธีคุมกำเนิดพบว่า   สามารถนำไปใช้สื่อสารได้ในพื้นที่นั้น   ๆ                                   การประสานความร่วมมือเป็นอีกวิธีหนึ่งสามารถนำไปสู่การให้บริการในเชิงรุกถึงพื้นที่และผู้รับบริการสามารถเข้ารับบริการได้ในสถานบริการอื่นที่ตนเองสะดวก เมื่อมีการประสานงานไว้แล้ว   ข้อมูลของผู้รับบริการรายนั้นก็จะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่เพื่อเยี่ยมติดตามจนเกิดเป็นความเที่ยงตรงของข้อมูล   แก้ไขปัญหาข้อมูลคลาดเคลื่อนได้

                     การให้บริการเชิงรุกถึงพื้นที่   ก็เป็นรูปแบบหนึ่งซึ่งช่วยให้ผู้รับบริการตัดสินใจรับบริการ   เพราะเมื่อเกิดความรู้จากการเข้าอบรมเป็นอย่างดีแล้ว   ยังมีบริการให้ถึงพื้นที่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและอื่น ๆ   ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากที่สุดสำหรับตนเอง

เรื่อง                 วิธีวิจัยปฏิบัติการเพื่อการวางแผนครอบครัวชาวเขา

ผู้วิจัย                  ดุษณีย์      แพสุวรรณ     

ปีที่ทำการศึกษา     2540

บทคัดย่อ

                    การวิจัยปฏิบัติการ (Operations   Research)    เป็นหลักการหรือวิธีการอย่างหนึ่งที่ใช้หลักตรรกวิทยา   (Logics)    และคณิตศาสตร์   เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาเพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติการทราบว่าจะมีวิธีใดเหมาะสมที่สุดในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ    ในปีงบประมาณ   2539   ศูนย์วางแผนครอบครัวชาวเขา    มหาวิทยาลัยขอนแก่น    และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด   6 จังหวัด   ได้นำวิธีวิจัยปฏิบัติการไปใช้ในการหารูปแบบการวางแผนครอบครัวที่เหมาะสมเฉพาะเผ่า   เฉพาะพื้นที่   พบว่าสามารถเพิ่มจำนวนผู้รับบริการวางแผนครอบครัว   ในพื้นที่ชาวเขาได้เป็นอย่างดี   ในปีงบประมาณ   2540   ได้ขยายวิธีการวิจัยปฏิบัติการไปใน   51 อำเภอ    21 จังหวัด   และในปีงบประมาณ   2542   ได้บรรจุวิธีการดังกล่าวไว้ในแผน กนภ.    เพื่อให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้นำวิธีการนี้ไปใช้ในการแก้ปัญหาอัตราคุมกำเนิดต่ำ   ในพื้นที่สูงต่อไป

                     วิธีการวิจัยปฏิบัติการประกอบด้วยขั้นตอน  

การกำหนดประเด็นปัญหาและการให้คำนิยามประเด็นปัญหาต้องชัดเจน   และปัญหานั้นต้องมีหลายคำตอบ    เทคนิควิธีการในการวิเคราะห์ปัญหาเทคนิคที่นำมาใช้คือ   ผังก้างปลา (Fish-bone   diagram)   หรือผังสาเหตุและผลผังก้างปลา   เป็นผังที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะนั้น ๆ   ไว้อย่างเป็นระบบ   โดยรวบรวมในแผนผังที่มีลักษณะคล้ายก้างปลา เทคนิคการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา   เทคนิคที่นำมาใช้   คือแผนภาพแขนงการตัดสินใจ (Decision   Tree   Diagram)   กิ่งแขนงการตัดสินใจใช้เพื่อค้นหาวิถีทางที่ดีที่สุด   เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ   การเขียนแผนภาพจะทำให้ค้นหา   และแก้ปัญหาเป็นไปอย่างเป็นระบบ   และการแสวงหาวิถีทางต่าง ๆ    ทำได้อย่างครบถ้วน   เทคนิคการเลือกแนวทางที่ให้ประโยชน์สูงสุดไปดำเนินการ   หรือเทคนิคในการประเมิน   และลำดับความสำคัญแต่ละแนวทางใช้เทคนิค   ดัชนีคาดหมายของอรรถประโยชน์ (Expected   Utilities   Index ; EUI)   เมื่อเลือกได้แนวทางแก้ไขปัญหาที่ให้อรรถประโยชน์สูงสุดแล้ว   จึงนำไปจัดทำโครงการและนำไปปฏิบัติในพื้นที่ ประเมินและสรุปผลในทุกขั้นตอนคณะผู้ดำเนินการต้องประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง   และประชาชนในพื้นที่ที่เป็นปัญหา    การดำเนินงานจะเป็นไปในลักษณะของการกระจายอำนาจ   (Decentralization)    โดยให้บุคคลในพื้นที่ได้ร่วมกัน   คิดเอง   ทำเอง   และแก้ปัญหาเอง   ในส่วนของนักวิชาการเพียงนำเสนอเทคนิควิธี   การคิดที่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาเท่านั้น

เรื่อง                   การศึกษารูปแบบการจูงใจให้ปฏิบัติคุมกำเนิดในกลุ่มชาวเขา เผ่าม้ง   

                          บ้านรวมไทยพัฒนา    อำเภอพบพระ    จังหวัดตาก    พ . ศ.   2532

ผู้วิจัย                   กาญจนา    ประชาพิพัฒ    และว ราพร        วันไชยธนวงศ์

ปีที่ทำการศึกษา        2532

บทคัดย่อ

                         การศึกษาครั้งนี้   มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ   กลวิธีการจูงใจให้ปฏิบัติคุมกำเนิดในกลุ่มชาวเขา เผ่าม้ง    บ้านรวมไทย    หมู่ที่   1 ,   3,   5,   7,   11,   12     อำเภอพบพระ    จังหวัดตาก   โดยใช้การคุมกำเนิดตามเป้าหมายในโครงการรณรงค์วางแผนครอบครัวบ้านรวมไทยพัฒนา   ระหว่างเดือน ตุลาคม  – ธันวาคม   2532    เป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จ

                         รูปแบบที่กำหนดขึ้นประกอบด้วย การอบรมเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในหมู่บ้านเป้าหมาย, อบรมผู้นำท้องถิ่นในหมู่บ้านเป้าหมาย, เผยแพร่ความรู้โดยหน่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่   เน้นหนักการเยี่ยมบ้าน, เผยแพร่โดยสื่อเอกสาร    สิ่งพิมพ์, ติดตามประเมินผลแก้ไขปัญหาเป็นระยะๆ   และจัดกิจกรรมวันรณรงค์วางแผนครอบครัว              

                         ดัชนีวัดความสำเร็จ        ้เป้าหมายจำนวนผู้รับบริการวางแผนครอบครัวรายใหม่   คือตลอดโครงการให้มีผู้รับบริการวางแผนครอบครัวรวมทุกวิธี   115 ราย   แบ่งเป็นวิธีถาวร    25   ราย   กึ่งถาวร   และชั่วคราว   40 ราย

                         ผลการศึกษาพบว่าได้จำนวนผู้บริการรวมทุกวิธี    87 ราย    คิดเป็นร้อยละ   75   ของเป้าหมาย   วิธีถาวร ( หมันหญิง)    13 ราย    คิดเป็นร้อยละ   52   ของเป้าหมาย    กึ่งถาวร ( ยาฝังคุมกำเนิดและห่วงอนามัย)   44 ราย    คิดเป็นร้อยละ    88 ของเป้าหมาย   และชนิดชั่วคราว   30   ราย   คิดเป็นร้อยละ   75   ของเป้าหมาย

เรื่อง                ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้การคุมกำเนิดของสตรีชาวเขา เผ่าม้ง    และเผ่ากะเหรี่ยง

ผู้วิจัย               วราพร     วันไชยธนวงศ์    วิทยานิพนธ์วิทยา ศาสตร มหาบัณทิต  สาขาอนามัยการเจริญพันธุ์

                      และวางแผนประชากร     คณะแพทย์ศาสตร์    โรงพยาบาลรามาธิบดี    มหาวิทยาลัยมหิดล ,

                      2532

บทคัดย่อ

                   ชาวเขาเป็นกลุ่มประชากรเป้าหมาย   ที่โครงการวางแผนครอบครัวแห่งชาติถือว่าเป็นกลุ่มที่จะต้องเร่งรัดให้บริการวางแผนครอบครัว    อย่างทั่วถึงโดยใช้กลวิธีต่าง ๆ    เนื่องจากยังมีอัตราเพิ่มของประชากรในระดับสูง         แต่การดำเนินงานวางแผนครอบครัวยังประสบปัญหาเกี่ยวกับการยอมรับบริการ       การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาปัจจัยที่มีผลต่อการใช้การคุมกำเนิดของสตรีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง   ปัจจัยที่นำมาศึกษาประกอบด้วย ตัวแปรทางด้านประชากร      ตัวแปรทางด้านสังคม   และตัวแปรทางด้านสุขภาพดังนี้   อายุของสตรี   อายุของสามี   จำนวนครั้งของการแต่งงาน   อายุแรกสมรส   จำนวนบุตรชาย   จำนวนบุตรที่มีชีวิต   จำนวนบุตรในอุดมคติ   ความต้องการบุตรหญิง   ความต้องการบุตรชาย   เผ่า   จังหวัด    ความคิดเห็นในการให้การศึกษาแก่บุตรหญิง   และความคิดเห็นในการให้การศึกษาแก่บุตรชาย   การได้รับการดูแลก่อนคลอด    ผู้ทำคลอด   ประสบการณ์การคลอด    การได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยักขณะตั้งครรภ์   ความรู้เรื่องวัคซีนป้องกันโรควัณโรค   คอตีบ   ไอกรน   บาดทะยัก   โปลิโอและหัด  และสถานภาพการฉีดวัคซีนของลูก

                     ข้อมูลที่นำมาศึกษา   ใช้ข้อมูลสตรีวัยเจริญพันธุ์ชาวเขา เผ่าม้ง   และเผ่ากะเหรี่ยง   อายุ 15 –49 ปี   ที่แต่งงานแล้ว   จำนวน   2,155   ราย   จากการสำรวจการยอมรับบริการอนามัยครอบครัวชาวเขา   พ. ศ. 2529  

                   ผลการศึกษา

                    
                      พบว่าตัวแปรทางด้านประชากร   ได้แก่   อายุภรรยา   อายุสามี   จำนวนบุตรชาย   จำนวนบุตรที่มีชีวิต   จำนวนบุตรในอุดมคต ิ     ความต้องการบุตรชาย และความต้องการบุตรหญิง   มีความสัมพันธ์กับการใช้การคุมกำเนิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.01)    
                      ตัวแปรทางด้านสังคม   ได้แก่  เผ่า   จังหวัด   ความคิดเห็นในการให้การศึกษาแก่บุตรชาย และความคิดเห็นในการให้การศึกษาแก่บุตรหญิง   มีความสัมพันธ์กับการใช้การคุมกำเนิดอย่างมีนัยสำคัญ (P<.01) และตัวแปรทางด้านสุขภาพได้แก่   การได้รับการดูแลก่อนคลอด   ประสบการณ์การคลอด   ความรู้เรื่องวัคซีนป้องกันโรควัณโรค   คอตีบ   ไอกรน   บาดทะยัก   โปลิโอ   และหัด    และสถานะภาพการฉีดวัคซีนของลูก    มีความสัมพันธ์กับการใช้การคุมกำเนิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.01)                      

                      พบว่าอายุภรรยา   สถานะภาพการฉีดวัคซีนของลูก   มี ผลปฎิสัมพันธ์ร่วมกันกับการใช้ การคุมกำเนิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.01 )  และเผ่า   กับสถานะภาพการฉีดวัคซีนของลูก   มีปฏิสัมพันธ์ กับการใช้การคุมกำเนิด   อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.01 )   เมื่อวิเคราะห์ด้วย   Hiloglinear Model

เรื่อง                ปัจจัยที่มีผลต่อการคุมกำเนิดของสตรีชาวเขาเผ่าเย้า     อำเภอ งาว    จังหวัดลำปาง

ผู้วิจัย               นิตยา    แสงเล็ก    วิทยานิพนธ์วิทยา ศาสตรมหาบัณฑิต ( สาธารณสุขศาสตร์)  

                       สาข าอนามัยครอบครัว    คณะสาธารณสุขศาสตร์    มหาวิทยาลัยมหิดล , 2530

บทคัดย่อ

                    การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ   โดยใช้วิธีการจัดสนทนากลุ่ม (Focus   Group   Discussion)   เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูล   ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการคุมกำเนิดของสตรีชาวเขาเผ่าเย้า   ในอำเภอ งาว   จังหวัดลำปาง   การศึกษาได้ทำใน 4 หมู่บ้าน   โดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกหมู่บ้านที่มีจำนวนหลังคาเรือนตั้งแต่   20   หลังคาเรือนขึ้นไป   และได้จัดสนทนากลุ่มจำแนกตามลัทธิการนับถือ   อันประกอบด้วย   กลุ่มที่คุมกำเนิดนับถือผี,    กลุ่มที่คุมกำเนิดนับถือพุทธ – ผี    กลุ่มคุมกำเนิดนับถือคริสต์,    กลุ่มที่ไม่คุมกำเนิดนับถือผี,    กลุ่มที่ไม่คุมกำเนิด นับถือพุทธ – ผี   และกลุ่มที่ไม่คุมกำเนิดนับถือคริสต์    รวมทั้งสิ้น   6   กลุ่ม   โดยในแต่ละกลุ่มมีสมาชิกเข้าร่วมสนทนากลุ่มละ   5 – 7 คน   สมาชิกผู้เข้าร่วมสนทนาจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้   คือ   มีอายุระหว่าง   20 – 34 ปี   มีบุตร   2 คน   หรือมากกว่าบุตรคนสุดท้องอายุเกิน   2 เดือน    ปัจจุบันไม่ตั้งครรภ์   และสามีไม่คุมกำเนิด

                    ผลการศึกษาพบว่า   จำนวนบุตร   เพศบุตร   ระยะทางจากหมู่บ้านถึงสถานบริการสาธารณสุข   ประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้วิธีคุมกำเนิด   เช่นอาการข้างเคียง   ตลอดจนความกลัวต่อผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้วิธีคุมกำเนิด   และข่าวลือมีผลต่อการคุมกำเนิด   สำหรับปัจจัยอื่น ๆ   ได้แก่   ลัทธิการนับถือ   ลักษณะของครอบครัว    ความรู้และการรับรู้ถึงวิธีคุมกำเนิด   แหล่งรับบริการคุมกำเนิด   แหล่งข่าวสาร   ทัศนคติต่อการคุมกำเนิด   ความเชื่อและขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีต่อการคุมกำเนิด   ตลอดจนการปฏิบัติตัวเมื่อเจ็บป่วย   พบว่าไม่มีผลต่อการคุมกำเนิด

                   จากการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า   สตรีชาวเขาเผ่าเย้ามีแนวโน้มที่จะยอมรับการคุมกำเนิด   แต่ในปัจจุบันอัตราการคุมกำเนิดในกลุ่มนี้บางหมู่บ้านยังาค่อนข้างต่ำ   ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากความรู้   ความเข้าใจเกี่ยวกับการคุมกำเนิดยังไม่ดีพอ   เช่น   ยังมีความกลัวในเรื่องผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้วิธีคุมกำเนิด   กลัวเจ็บ   และมีความเชื่อในข่าวลือ   นอกจากนี้ยังคงนิยมการมีบุตรชาย   ซึ่งเป็นตัวกำหนดให้มีภาวะเจริญพันธุ์สูงขึ้น    และอีกประการหนึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลจากสถานีอนามัย   ดังนั้นเพื่อให้อัตราการคุมกำเนิดของชาวเขาเผ่าเย้าในหมู่บ้านดังกล่าวสูงขึ้น   จึงควรที่จะส่งเสริมความรู้ทางด้านการวางแผนครอบครัว   เช่น   ความรู้เกี่ยวกับการใช้วิธีคุมกำเนิด   อาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นจากวิธีคุมกำเนิด   ผลดีของการมีบุตรน้อย    ข่าวลือผิด   ๆ    และการเลือกเพศบุตรแก่    สตรีชาวเขาเผ่าเย้าในหมู่บ้านที่มีอัตราคุมกำเนิดต่ำ   นอกจากนี้ก็ควรที่จะขยายสถานบริการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น   และประการสำคัญ คือ ส่งเสริมวิธีคุมกำเนิดที่สตรีชาวเขาเผ่าเย้ายอมรับกันอยู่แล้ว   ในการศึกษาครั้งนี้พบว่าได้แก่วิธี ยาฉีด   และทำหมันหญิง    ซึ่งจะช่วยให้ชาวเขาเผ่าเย้ามีการยอมรับและใช้วิธีการวางแผนครอบครัวมากยิ่งขึ้น



ศูนย์พัฒนาอนามัยพื้นที่สูง ลำปาง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
เลขที่ 122 ม.8 ถ.จามเทวี ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โทร 0-5426-9277 โทรสาร 0-5433-9042
 
Copyright 2008 Department of Health : Mimistry of Public Health