Menu                              


FONTSIZE

user@anamai.mail.go.th
Intranet กรมอนามัย
 
Username
Password
ค้นหาข้อมูล
 
สิ่งแวดล้อมสะอาด สดใส เด็กไทยแข็งแรง
คนไทย ไร้พุง
สายด่วน 1675
เด็กไทยทำได้
elearning
ห้องสมุด
โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว
มุมเพื่อนใจวัยรุ่น Friend corner

งานวิจัยเกี่ยวกับอนามัยวัยรุ่น
 
 
 

ชื่อเรื่อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัย ของเยาวชนชาวเขา เผ่าม้ง

บ้านป่าคา ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

ผู้วิจัย รุ่งรัศมี ศรีวงศ์พันธ์ และดุษณี แพสุวรรณ

ปีที่ทำการศึกษา 2547

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของกิจกรรมสุขศึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ ของเยาวชนชาวเขา เผ่าม้ง บ้านป่าคา ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ระหว่างเดือนตุลาคม 2546 - กรกฎาคม 2547 จำนวน 80 คน ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการขับขี่ปลอดภัย การรณรงค์ การเผยแพร่เรื่องการขับขี่ปลอดภัย ผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสอบถาม ตามแบบสอบถาม การสังเกต การเก็บข้อมูลเชิงลึก อธิบายผลการศึกษาด้วยข้อมูลเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ ก่อนและหลังการวิจัย โดยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และPaired Sample t - test

ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการจัดกิจกรรมสุขศึกษาให้กับเยาวชน พบว่าเยาวชนมีการเปลี่ยนแปลงความรู้ ทัศนคติเกี่ยวกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัย การรับรู้ความรุนแรง และโอกาสเสี่ยงจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ ดีกว่าก่อนการวิจัย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย ดีกว่าก่อนการวิจัย แต่ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัย ต้องอาศัยระยะเวลาในการดำเนินงาน ความหลากหลายของกิจกรรม การเพิ่มพูนทักษะด้านการประเมินความเสี่ยงบนถนน และวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้านการใช้รถใช้ถนนที่เหมาะสมที่สุด สำหรับสังคมชาวไทยภูเขา เผ่าม้ง

 

ชื่อเรื่อง ประสิทธิผลของกระบวนการกลุ่มต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคเอดส์ ของวัยรุ่นชายชาวเขาเผ่ามูเซอ

ผู้วิจัย กรรณิการ์ มณีวรรณ, สมควร ใจกระจ่าง และนิตยา แสงเล็ก

ปีที่ทำการศึกษา 2546

บทคัดย่อ

ปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของชุมชน และโลกปัจจุบัน คือ โรคเอดส์ การหาแนวทางการแก้ไขจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นยิ่ง ประชากรบนพื้นที่สูงในประเทศไทยก็พบปัญหานี้เช่นกัน โดยเฉพาะเผ่ามูเซอ ที่พบอัตราการติดเชื้อสูงกว่าเผ่าอื่น ๆ อันเนื่องมาจากวัฒนธรรม และประเพณี เพื่อหาแนวทางการลดการติดเชื้อเอดส์ในเผ่าดังกล่าว ผู้วิจัยจึงทำการศึกษาวิจัยโดยนำกระบวนการกลุ่มมาเป็นรูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มวัยรุ่นชายชาวเขาเผ่ามูเซอ ซึ่งได้เลือกพื้นที่บ้านจะคือ ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย กลุ่มเป้าหมายมีทั้งสิ้น 27 คน การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างได้รับการประเมินความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันโรคเอดส์ก่อนและหลังการเก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือที่ผ่านการทดสอบและวัดความเชื่อมั่นแล้ว วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows ข้อมูลทั่วไปและการปฏิบัติป้องกันโรคเอดส์เสนอเป็นความถี่ ร้อยละและค่าเฉลี่ย เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้ และเจตคติก่อนและหลังได้รับการเข้ากระบวนการกลุ่ม และทดสอบค่าที(Paired t-test) กำหนดระดับความสำคัญที่ P < 0.01 การวิจัยครั้งนี้ได้ใช้กระบวนการกลุ่ม 4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน ซึ่งมีกิจกรรมเน้นหนักต่างกันคือ

กระบวนการกลุ่มครั้งที่ 1 เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ เพื่อให้เกิดการตระหนักถึงความรุนแรงของโรค การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่นต่อการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจวัยรุ่น พฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น ประเพณีของชุมชนที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศ วิธีคุมกำเนิดในวัยรุ่น วางแผนวิเคราะห์ชุมชนตนเองและวางแผนเพื่อเผยแพร่ความรู้โดยกลุ่มวัยรุ่น

กระบวนการกลุ่มครั้งที่ 2 เน้นการร่วมวิเคราะห์ถึงสาเหตุการระบาดของเชื้อ HIVs ในชุมชน ใช้กิจกรรมทดลอง กึ่งสาธิต เช่นกิจกรรมแลกน้ำ ทั้งนี้เพื่อสร้างความตระหนักถึงโอกาสเสี่ยง และหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

กระบวนการกลุ่มครั้งที่ 3 เน้นกระบวนการเรียนรู้จากของจริง โดยเชิญผู้ติดเชื้อเอดส์มาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการสัมผัสโรค ความรุนแรงของโรค การเจ็บป่วยเมื่อมีอาการของโรค การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมและสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องผลกระทบที่เกิดจากโรคเอดส์ การประเมินการเผชิญปัญหา และการนำความรู้ไปช่วยเหลือผู้ติดเชื้อในชุมชนต่อไป

กระบวนการกลุ่มครั้งที่ 4 กระตุ้นวัยรุ่นสร้างกิจกรรมเพื่อให้ตนเองและชุมชนตระหนักถึงพิษภัยของโรคเอดส์ โดยการจัดเวทีแลกเปลี่ยน ความรู้ ระหว่างชุมชนกับกลุ่มวัยรุ่นชาย การเดินรณรงค์และการประกวดคำขวัญ

ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการกลุ่มตามรูปแบบข้างต้นสามารถสร้างความตระหนักต่อวัยรุ่นชายตลอดจนกลุ่มต่าง ๆ ในหมู่บ้านให้ทราบถึง ความรุนแรงของโรค โอกาสเสี่ยงของการเกิดโรค และผลกระทบเมื่อเป็นโรค ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันโรคเอดส์ได้ โดยเฉพาะกลุ่มตัวอย่างมีการปรับเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น มีความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมระดับดีร้อยละ 25.9 เป็นร้อย 96.3 ส่วนการปฏิบัติได้วัดพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมเสี่ยงลดลง เช่น การดื่มสุราลดลงจากร้อยละ 48.1 เหลือร้อยละ 33.3 และจะดื่มในช่วงประเพณีกินวอของชนเผ่าเท่านั้น สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่น ไม่มีหลังดำเนินการกระบวนการกลุ่ม จากการศึกษาครั้งนี้ได้เรียนรู้ว่า การปรับเปลี่ยนเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ และกระบวนการกลุ่มเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหา โรคเอดส์ในชุมชนชาวเขาเผ่ามูเซอ และหากนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ชาวเขาที่พบปัญหาเช่นเดียวกัน ก็จะเป็นวิธีที่จะลดอัตราการติดเชื้อโรคเอดส์ในชุมชนพื้นที่สูงได้

 

ชื่อเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นชาวเขา เผ่าม้ง

ผู้วิจัย สมควร ใจกระจ่าง วิทยานิพนธ์ศึกษา ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพ

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , 2542

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นชาวเขา เผ่าม้ง กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยรุ่นชาวเขา เผ่าม้ง นอกระบบโรงเรียน ที่มีอายุระหว่าง 13- 19 ปี จำนวน 316 คน สุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ทำการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย Crammer’s V และ Chi-square Test

ผลการวิจัย พบว่า

1. กลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นชาวเขา เผ่าม้ง เป็นเพศชาย ร้อยละ 53.5 และเพศหญิง ร้อยละ 46.5 มีอายุเฉลี่ย 16 ปี เคยมีพฤติกรรมทางเพศในด้านการติดต่อไปมาหาสู่กับเพื่อนต่างเพศมากที่สุดร้อยละ 65.2 และต่ำสุดเคยสำเร็จความใคร่ให้ตนเอง ร้อยละ 18.0 ในกลุ่มวัยรุ่นชาวเขา เผ่าม้งที่เคยมีเพศสัมพันธ์จะเป็นเพศชาย ร้อยละ 53.3 และเพศหญิง ร้อยละ 15.0 มีเพศสัมพันธ์กับคนรัก ร้อยละ 76.8 ซึ่งกลุ่มที่เคยมีเพศสัมพันธ์จะใช้ถุงยางอนามัยขณะร่วมเพศเพียง ร้อยละ 20.5

2. ปัจจัยที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางเพศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 05 ในทุกด้าน คือ อายุ เพศ อาชีพ ระดับการศึกษา ประสบการณ์การย้ายถิ่น ค่านิยมเรื่องเพศ สิ่งกระตุ้นทางเพศ และการคล้อยตามกลุ่มเพื่อน

3. ปัจจัยที่ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางเพศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกด้าน คือปัจจัยด้านความรู้เรื่องเพศศึกษา และเจตคติเรื่องเพศ

 



ศูนย์พัฒนาอนามัยพื้นที่สูง ลำปาง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
เลขที่ 122 ม.8 ถ.จามเทวี ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โทร 0-5426-9277 โทรสาร 0-5433-9042
 
Copyright 2008 Department of Health : Mimistry of Public Health